แชร์

SFP vs SFP+ vs QSFP ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับเครือข่ายของคุณ

อัพเดทล่าสุด: 5 พ.ค. 2026
17 ผู้เข้าชม

ทำไมต้องรู้จัก SFP, SFP+ และ QSFP ก่อนลงทุนอุปกรณ์เครือข่าย

หากคุณกำลังวางระบบเครือข่ายขององค์กรหรืออัพเกรด Switch และ Server สิ่งหนึ่งที่หลีกไม่พ้นคือการเลือก Transceiver Module หรือที่หลายคนเรียกว่า โมดูล SFP ซึ่งมีหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น SFP, SFP+, QSFP หรือ QSFP28 โดยแต่ละรุ่นมีความเร็ว ระยะทาง ราคา และกลุ่มผู้ใช้งานต่างกันชัดเจน

บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญของ Transceiver แต่ละรุ่น พร้อมตารางเปรียบเทียบ และแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับระบบของคุณ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้อย่างมั่นใจและประหยัดงบประมาณได้มากที่สุด

SFP คืออะไร พื้นฐานของเครือข่าย 1 Gigabit

SFP (Small Form-factor Pluggable) คือ Transceiver รุ่นมาตรฐานรุ่นแรกของตระกูล ติดตั้งบน Switch และ Router รองรับความเร็วสูงสุด 1 Gbps รองรับทั้งสายไฟเบอร์ (ทั้ง Single-mode และ Multi-mode) และสายทองแดง (Copper / RJ45)

จุดเด่นของ SFP:

  • รองรับความเร็ว 100 Mbps ถึง 1 Gbps
  • ระยะทางตั้งแต่ 100 เมตร (Multi-mode) ไปจนถึง 120 กิโลเมตร (Single-mode)
  • ราคาประหยัดที่สุดในตระกูล เหมาะกับ SME และระบบสำนักงานทั่วไป
  • มาตรฐานขั้วต่อ LC สำหรับรุ่นไฟเบอร์

SFP เหมาะมากสำหรับองค์กรหรือสำนักงานที่ยังไม่ต้องการความเร็วสูงมาก เช่น ระบบ Access Layer ขององค์กรขนาดกลาง สาขาร้านหลายสาขา หรือระบบกล้องวงจรปิด

SFP+ คืออะไร ยกระดับความเร็วสู่ 10 Gigabit

SFP+ (Enhanced SFP) คือ Transceiver รุ่นต่อยอดของ SFP ซึ่งยกระดับความเร็วไปสู่ 10 Gbps จุดเด่นสำคัญคือมี form-factor ขนาดเท่า SFP ทำให้สามารถเสียบลงบนช่อง SFP ของ Switch ได้ (แต่ขึ้นอยู่กับรุ่นของ Switch ว่ารองรับ SFP+ หรือไม่)

จุดเด่นของ SFP+:

  • รองรับความเร็ว 10 Gbps
  • ระยะทางตั้งแต่ 30 เมตร (DAC) ไปจนถึง 80 กิโลเมตร (Single-mode)
  • ขนาดขั้วต่อ LC เหมือนกับ SFP รุ่นเดิม
  • ประหยัดพลังงานมากกว่า XFP รุ่นเก่า

SFP+ เป็นตัวเลือกยอดนิยมของ Data Center ขนาดกลาง-เล็ก สำหรับงาน Storage, Server-to-Switch และระบบ Backbone ขององค์กรขนาดใหญ่ เพราะให้ความเร็วสูงในราคาที่ยอมรับได้

QSFP, QSFP+ และ QSFP28 คืออะไร พระเอกของ Data Center ยุคใหม่

QSFP (Quad Small Form-factor Pluggable) คือ Transceiver ที่รวม 4 channel ไว้ในตัวเดียว ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็วมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีหลายรุ่นย่อยตามยุคของเทคโนโลยี

  • QSFP+: ความเร็ว 40 Gbps (4 x 10 Gbps)
  • QSFP28: ความเร็ว 100 Gbps (4 x 25 Gbps)
  • QSFP56 / QSFP-DD: 200-400 Gbps สำหรับ Data Center ยุค AI และ Hyperscale

QSFP มีขนาดใหญ่กว่า SFP เล็กน้อย จึงไม่สามารถเสียบลงช่อง SFP ได้โดยตรง ต้องใช้ Switch หรืออุปกรณ์ที่มีช่อง QSFP โดยเฉพาะ บางรุ่นอาจใช้ ตัว Breakout Cable แยกสัญญาณออกมาเป็น 4 ช่อง SFP+ เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์รุ่นเก่าได้

ตารางเปรียบเทียบ SFP vs SFP+ vs QSFP แบบชัดเจน

หัวข้อ SFP SFP+ QSFP+ QSFP28
ความเร็ว 1 Gbps 10 Gbps 40 Gbps 100 Gbps
ขั้วต่อหลัก LC, RJ45 LC, DAC MPO/MTP, DAC MPO/MTP, DAC
ระยะสูงสุด 120 km 80 km 40 km 40 km
ราคาโดยประมาณ ต่ำ ปานกลาง สูง สูงมาก
กลุ่มผู้ใช้ SME, สำนักงาน Backbone องค์กร Data Center Cloud / AI DC

วิธีเลือก Module ให้เหมาะกับเครือข่ายของคุณ

การเลือก Transceiver ไม่ได้มีสูตรตายตัวเดียว แต่มีหลักพิจารณา 4 ข้อหลักที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

1. พิจารณาจากขนาดของระบบและจำนวนผู้ใช้

  • องค์กรขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 100 คน) SFP รองรับ 1 Gbps เพียงพอ
  • องค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ SFP+ สำหรับ Backbone และ Server
  • Data Center / Cloud QSFP+ หรือ QSFP28

2. ตรวจสอบช่องของ Switch หรือ Server

อุปกรณ์แต่ละรุ่นรองรับ Module ไม่เหมือนกัน ต้องตรวจสอบ Datasheet ของ Switch ก่อนซื้อว่ารองรับ SFP, SFP+, QSFP รุ่นไหน และรองรับยี่ห้อ Compatible หรือต้องใช้ของแท้เฉพาะยี่ห้อเท่านั้น

3. เลือกตามงบประมาณและอนาคต

ถ้างบจำกัด แต่ต้องการ future-proof ควรลงทุน Backbone ด้วย SFP+ หรือ QSFP แม้ราคาสูงกว่า แต่จะอยู่ได้ยาวหลายปี ไม่ต้องรื้อออกมาซื้อใหม่เร็ว

4. พิจารณาระยะทางของสายสัญญาณ

  • ภายในอาคารเดียวกัน DAC หรือ Multi-mode (OM3/OM4)
  • ระหว่างอาคารหรือ Campus Single-mode ระยะ 10-40 km
  • ข้ามจังหวัด Single-mode ระยะ 80-120 km

ข้อควรระวังก่อนซื้อ SFP / SFP+ / QSFP

  1. Compatibility: ตรวจสอบ Vendor Lock ของ Switch บางรุ่น เช่น Cisco จะขึ้น error ถ้าใช้ Module ยี่ห้ออื่น ยกเว้นจะ unlock service unsupported-transceiver
  2. ระยะทาง: เลือกระยะทาง Module ให้พอดี ไม่ควรไกลไปมาก เพราะ Optical Power ถ้าแรงไปอาจทำให้ receiver พังได้
  3. อุณหภูมิใช้งาน: ห้อง Server มีอุณหภูมิสูง ควรเลือกรุ่น Industrial Grade ที่รองรับ 0-70°C ขึ้นไป
  4. ประเภทสายไฟเบอร์: Single-mode (สีเหลือง) ไม่สามารถใช้ร่วมกับ Multi-mode (สีฟ้า) ต้องเลือก Module ให้ตรงประเภทสาย

สรุป: เลือก SFP, SFP+ หรือ QSFP อย่างไรดี

สรุปง่ายๆ เลือก SFP สำหรับงานทั่วไปขององค์กรหรือ SME, SFP+ สำหรับ Backbone และ Server ขององค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ และ QSFP / QSFP28 สำหรับ Data Center หรือระบบ Cloud ที่ต้องรองรับ Bandwidth สูงมากๆ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบอุปกรณ์ Switch / Server ของคุณว่ารองรับ Module รุ่นไหน ระยะทางเท่าไร และอย่าลืมตรวจสอบ Compatibility กับ Vendor ของ Switch เพื่อป้องกันปัญหาภายหลังติดตั้ง

หากคุณต้องการปรึกษาหรือสั่งซื้อ SFP / SFP+ / QSFP ของแท้และ Compatible ราคาประหยัด พร้อมรับประกันการใช้งาน สามารถติดต่อหรือขอคำปรึกษาจากทีมงาน storecom.co.th ได้ทันที


บทความที่เกี่ยวข้อง
SFP+ RJ45 10GBase-T 30m Copper Transceiver Module
SFP Module คือโมดูลสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์ Network เข้ากับสายไฟเบอร์หรือสายทองแดง รองรับความเร็วสูงตั้งแต่ 1Gbps ถึง 100Gbps บทความนี้สรุปประเภท SFP, SFP+, SFP28, QSFP ระยะทาง และวิธีเลือกให้เหมาะสมกับ Switch และระบบ Network ขององค์กร
3 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้